Do you forget us?

posted on 23 Apr 2016 08:56 by oreoyuri directory Fiction, Cartoon, Lifestyle

Do you forget us?

 

[ใหญ่จังเลยนะ] พวกเราที่ยืนอยู่ตรงนี้ทั้ง 9 คนคิดในใจ ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะที่พวกเราสามารถสื่อสารกันได้ด้วยสายตา ไม่จำเป็นต้องพูดอะไรออกมา ก็รู้ว่าคิดอะไรกันอยู่

แต่ถ้าเราสื่อถึงกันไม่ได้แบบนี้ ตอนนี้ก็คงลำบากน่าดูแหละนะ เพราะพวกเรา [ไม่มีเสียง] แล้วนี่หน่า

โฮโนกะ, โคโทริ, อุมิ, ฮานาโยะ, ริน, มากิ, นิโกะ, เอริ และ โนโซมิ ในชุดนักเรียนของโอโตโนคิซากะ ยืนอยู่ในตำแหน่งที่ “เคย” เป็นเวทีแห่งความทรงจำ เวทีที่ดีที่สุด เวทีไฟนอลไลฟ์ของพวกเราที่โตเกียวโดม พวกเรากลับมายืนรวมกันที่นี่อีกครั้ง เหมือนนัดกันมาเลยเนอะ

[รู้สึกแปลกๆ รู้สึกเหมือนฝัน] โคโทริคิด... เมื่อสี่อาทิตย์ก่อน ที่ตรงนี้ยังเต็มไปด้วยไลฟ์เวอร์จำนวนมาก กู่ร้องสงเสียงเชียร์ และ ร่วมร้องไห้ไปด้วยกันอยู่เลย มาวันนี้ทุกอย่างกลับหายไปหมด ไม่สิ มันหายไปหมดตั้งแต่วันจบคอนแล้วนี่นะ

ริน ก็วิ่งไปทั่วพร้อมดึงฮานาโยะไปด้วย วิ่งไปตรงแสตนด์ตรงโน้นบ้าง ตรงนี้บ้าง ชี้ให้ฮานาโยะดู แถมยังโบกมือให้เราอีกต่างหาก รินก็ยังคงเป็นรินคนเดิมจริงๆ

[ถ้าตอนนี้เราคุยกันได้ เราจะพูดอะไรกันนะ] นิโกะเดินออกมาด้านหน้าแล้วหันไปมองคนที่เหลือด้านหลัง เอริ และ โนโซมิมองกลับพร้อมยิ้มให้

 

[อ่าห์ ขี้โกง อย่ามายิ้มแบบนี้นะ ตานิโกะเริ่มจะร้อนๆ แล้วนะ]

โฮโนกะ อุมิ โคโทริ ทั้งสามคนก็นั่งลงกับพื้น โอบกอดกัน มองไปรอบๆ เหมือนคิดถึงเหตุการณ์สุดวิเศษที่เกิดขึ้นในสองวันนั้น

[ฮึก... ฮึก....] มากิ.. ห้ามน้ำตาไว้ไม่ไหว จนต้องร้องไห้ออกมาอีกครั้ง

 

อ่า... นั่นสินะ หลายวันที่ผ่านมา พวกเราร้องไห้ไปกี่ครั้งกันแล้ว? ทั้งพวกเราทั้ง 9 คน และ “พวกเธอทั้ง 9 คน”

ความงดงามสีแดง

“กลับมาแล้วค่ะ” เสียงใสๆ ซึ่งมีเอกลักษณ์เหน่อหน่อยๆ ของสาวสวยซึ่งงดงามกว่าใคร ดังก้องหลังจากที่เธอได้ไขกุญแจ กลับเข้ามาในบ้าน

 

“วันนี้ คุณพ่อไปต่างจังหวัดนี่หน่า ลืมไปเลย”

 

“อ้าหห์ วันนี้เหนื่อยจังเลย ไปอาบน้ำแล้วเขานอนเลยดีกว่า” เธอบิดขี้เกียจเล็กน้อยแล้วก็เดินตรงไปที่ห้องน้ำ

[ตัวฉันผู้ที่มีผมสีแดง เป็นระยะเวลานานแค่ไหนแล้วน๊า 6 ปีแล้วสิ ที่เราคอยอยู่กับเธอคนนี้ สาวสวยที่นามว่า ไพล์ หลังจากที่เธอกลับมาหลังจากทำงาน เหนื่อยๆ เธอก็จะอาบน้ำ หลังอาบน้ำก็จะมานั่งอยู่หน้ากระจก ทาครีมดูแลผิว กินสลัดหรืออาหารเบาๆ ซึ่งก็เหมือนกับฉันที่เป็นลูกสาวเจ้าของโรงพยาบาล ถูกคุณวาคิ สอนมาตั้งแต่เด็กๆ ให้ดูแลตัวเองอย่างดี]

 

[เอ.. เรานี่เหมือนกันจริงๆ เนอะ ไพล์ซัง]

วี้ วี้ วี้ วี้ ... เสียงไดร์เป่าผมดังขึ้น ดึงความคิดของมากิ กลับมาที่ไพล์ซึ่งตอนนี้นั่งเป่าผมอยู่ตรงหน้า แล้วไพล์ก็พึมพำร้องเพลงเบาๆ ในลำคอ

 

Aishiteru banzai . . . Koko de yokatta

 

[เป็นเสียงเดิมๆ เสียงที่เคยมอบให้กับฉัน เสียงนั้นที่ร้องเพลงขับกล่อมแฟนๆ ทั้งตัวฉันเองด้วย เสียงที่ฉันหลงรักมาตลอด 6 ปี มากิคิดในใจ และก็ขยับปากตามไปด้วยกับทำนองเพลงนั้น..]

 

Watashitachi no ima ga koko ni aru

Watashitachi no ima ga koko ni aru

 

Aishiteru banzai!

Aishiteru banzai!

 

Hajimatta bakari ashita mo yoroshiku ne mada

Hajimatta bakari ashita mo yoroshiku ne mada

 

Gooru janai

Gooru janai

“คิกๆ ยังไงเราก็เลิกร้องเพลงของมิวส์ไม่ได้จริงๆ แฮะ”

 

“พอสบายใจ แล้วอยากร้องเพลงขึ้นมา เพลงของมิวส์ มักจะดังขึ้นมาในสมองตลอดเวลาเลยล่ะนะ”

 

“เพลงที่มากิจังแต่งนี่ วิเศษไปเลยน๊า”

 

[เพราะเสียงของเธอด้วย ที่ทำให้เพลงนี้มันวิเศษไปยิ่งกว่าเดิม] มากิคิด น้ำตาไหลอาบแก้มทั้งสองข้างของมากิ

หลังจากนั้นไม่นาน ไฟในห้องนอนก็ถูกปิดลง ไพล์นอนอยู่บนเตียงของเธอ [มากิ ยืนมองดูเธอสักพักแล้วก็เห็นสิ่งผิดปรกติ]

ไหล่ของไพล์สั่นเทา [มากิมองไปที่มือของไพล์ ไพล์กำลังกอดแล้วเอาหน้าซุกไปที่ตุ๊กตามากิ แล้วเธอกำลัง]

 

ร้องไห้.....

“ฮึก.. ฮึก . . . ฮือ ฮือ ฮือ ไม่น่าร้องเพลงของมากิจังเลย”

 

“มากิจัง ฉันคิดถึงเธอ คิดถึงเธอมากๆ ฮือ ฮือ ฮือ”

 

[มากิจังคิด นั่นสินะ หลังจากไฟนอลไลฟ์ ไพล์ก็พยายามทำตัวเข้มแข็งมาตลอด แต่ฉันก็รู้ว่าเธอแอบไปร้องไห้บ่อยๆ เพราะฉันก็อยู่กับเธอตลอดนี่ คืนนี้ก็เป็นอีกครั้งนึง ที่ไพล์นอนร้องไห้ ทั้งๆ ที่ผ่านมาหลายวันแล้ว ยังขี้แยอยู่อีก ไม่ไหวเลย ฮึกก ฮึกกก]

 

[โธ่... ไพล์ซังทำฉันร้องไห้ไปด้วยอีกคนแล้วเนี่ยเห็นไหม]

มากิเอนตัวลงไปนอนข้างๆ ไพล์ โอบกอดเธอจากทางด้านหลัง มือทั้งสองประสานกันไว้ที่มือของไพล์

 

[ทั้งๆ ที่ฉันไม่มีเสียงแล้วแท้ๆ แต่ฉันอยากทำอะไรเพื่อเธอบ้าง เหมือนกับเพลงนี้ เพลงที่เธอแต่งให้ฉัน แต่งเพื่อฉัน]

 

มากิสูดลมหายใจเข้าลึกๆ แล้วก็ร้องออกมาในความคิดของตัวเอง..

 

[まいにちがユメの続きで (ทุกๆวันยังคงดำเนินต่อไปเหมือนกับเป็นความฝัน)]

[胸の鼓動が高鳴るばかりだね (ราวกับภายในใจที่กำลังสั่นไหวอยู่ข้างใน)]

[きらめいたこのステージは (เป็นที่ที่เวทีกำลังส่องแสงประกายออกมา)]

[みんなが持った光見えてるんだ (เป็นแสงสว่างที่ทุกคนสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน)]

[ちゃんとこの声聞こえていますか?(แต่เสียงของฉันนั้นส่งไปถึงเธอรึยังนะ ?)]

[この歌にハートを込めるよ (ก็เพราะบทเพลงนี้ฉันได้ใส่หัวใจของฉันลงไปอย่างเต็มหัวใจเลยนะ)]

[届けいま この声が 純粋な私のコトバ (อยากจะส่งไปให้ถึงเธอ เสียงๆนี้ของฉัน เป็นคำที่เอ่อล้นออกมาจากหัวใจ)]

[キミがいて ここまでやってこれたのは (ก็เพราะว่าเธอ ได้นำพาฉันให้มาอยู่ตรงที่แห่งนี้ได้)]

[いっぱいの愛情を みんなが私の為に くれたから (ซึ่งเป็นสถานที่ที่ทุกคนได้มอบความรักมากมายมาให้ฉัน)]

[やっと言えるよ.....ありがとう (ฉันจึงสามารถเอ่ยคำว่า.... “ขอบคุณมากนะ” ได้)]

[いつだって自分の向かう (มันทำให้ฉันสามารถที่จะไปเจอด้วยตัวเอง)]

[新しい道不安は残るけど (กับการเดินทางครั้งใหม่ที่เต็มไปด้วยความกังวล)]

[またひとつ私の夢を (นอกจากนั้นแล้วฉันยังมีความฝันอีกอย่างหนึ่ง)]

[キミと一緒に見たくなったんだ (ฉันอยากจะก้าวเดินออกไปพร้อมกับเธอ)]

[まちは希望の鐘を鳴らすよ (เรามาลองกดกริ่งแห่งความหวังนี้กันเถอะ)]

[できるだけの奇跡集めて (เพื่อที่จะสามารถรวบรวมปาฏิหาริย์นี้ไว้ให้ได้มากที่สุด)]

[本当にたくさんのピンク(私)という色になって (พวกเราคือหนึ่งเดียวกันที่เต็มไปด้วยสีสันต่างมากมาย)]

[どこまでも 輝けているのは (ไม่ว่าเมื่อไหร่ เธอจะยังคงเป็นแสงสว่างสำหรับฉันเสมอ)]

[いつだって大切な みんなと一緒に未来 見てたから (ฉันจะเก็บอนาคตอันแสนสำคัญนี้ที่ได้ร่วมสร้างกับทุกคนมา)]

[PS…照れるね (ปล. รู้สึกเขินจริงๆ)]

[ありがとう (แต่ก็ขอบคุณนะ)]

[ずっと一緒に夢を見たいから この歌にハートを込めるよ (ฉันอยากจะเห็นความฝันนี้ด้วยกันกับเธอตลอดไป เพราะงั้นเพลงๆนี้ฉันจึงใส่หัวใจของฉันลงไปทั้งหมด)]

[届けいま この声が 純粋な私のコトバ (อยากจะส่งไปให้ถึงเธอ เสียงๆนี้ของฉัน เป็นคำที่เอ่อล้นออกมาจากหัวใจ)]

[キミがいたからこそやってこれたんだ (เป็นเพราะเธอทั้งนั้นที่ทำให้ฉันสามารถมาอยู่ตรงนี้ได้)]

[卒業まで笑顔だよ (จนกว่าจะจบการศึกษา ฉันจะยิ้มไว้เสมอ)]

[どうか優しく見守って 約束ね (ช่วยสัญญาทีสิว่า จะคอยเฝ้าดูฉันอย่างอ่อนโยน)]

[PS…本当に ありがとう (ปล. ขอบคุณมากจริงๆนะ)]

[คำขอบคุณที่ไฟล์จังแฝงไว้ในบทเพลงนี้ ฉันได้รับมาเต็มหัวใจเลยล่ะ เพลงนี้เป็นสมบัติล้ำค่าระหว่างฉันกับไพล์จังนะ]

ไพล์ ได้พลอยหลับไปทั้งๆ น้ำตา แต่เหมือนกับเธอจะได้ยินความรู้สึกที่มากิร้องเพลงให้ ใบหน้าของเธอตอนหลับในวันนึ้ จึงมีรอยยิ้มขึ้นมาอย่างไม่น่าเชื่อ

[อีกไม่นานฉันก็จะไม่ได้อยู่ข้างๆ เธออีกแล้วนะ ฉันคงจะคิดถึงเธอมากๆ เหมือนกัน สักวันเธอจะลืมฉันไหมนะ ไพล์ซัง ขอบคุณนะ และ รักเธอที่สุดเลย]

ความมุ่งมั่นสีชมพู

คืนเดียวกับที่ไฟนอลไลฟ์จบลง เป็นครั้งแรกที่ฉันยังทำผมทวินเทลกลับมาบ้าน

 

ครั้งก่อนๆ พอเลิกงาน ฉันก็จะปล่อยผม หวีผมก่อนค่อยกลับ แต่ครั้งนี้ฉันยังไม่อยากทำแบบนั้นเลย... ฉันยังอยากเป็นนิโกะ เป็นให้นานขึ้น… นานขึ้นอีกนิดนึงก็ยังดี…

ในช่วงแรกฉันยังบ่นอยู่บ่อยๆ กับการที่ต้องมารับบทของนิโกะเนี่ย คนอะไรทำผมทวินเทลได้ทุกวัน พอต้องทำออกรายการจริงๆ มันหนักหัวอยู่นะ หันซ้ายขวาทีก็รู้สึกเจ็บนิดๆ

แต่….ขอแค่วันนี้วันเดียว...

 

วันที่ฉันจะทำผมทรงนี้ไปจนกว่าจะหลับ ถ้าฉันปล่อยผมลงตอนนี้ มันก็เหมือนว่านิโกะหายไปจากชีวิตฉันจริงๆ แล้วสิ ถึงจะเป็นการคิดมากเกินไป แต่ในตอนนี้ ฉันรู้สึกแบบนั้นจริงๆ

[นิโกะดีใจมากเลยนะ ที่โซระคิดถึงนิโกะมากขนาดนี้น่ะ]

 

[ในตอนแรกที่เราเจอกัน ฉันก็คิดเหมือนกันแหละน่าว่าคนอย่างเธอเนี่ยนะ จะมาเป็นเสียงให้กับไอดอลอันดับ 1 ของจักวาลคนนี้ ไม่เห็นจะน่ารักเหมือนนิโกะเลย]

 

[แต่ในระยะเวลา 6 ปีที่เราอยู่ด้วยกัน ความพยายามของโซระซัง บวกกับความสามารถและสกิลอันเอ่อล้นของเธอ]

 

[เสียงของนิโกะ ตัวตนของนิโกะ “ต้องเป็นโซระซังเท่านั้นแหละ” เป็นคนอื่นไม่ได้อีกแล้ว เธอน่ารักขึ้นมากเลยรู้ตัวไหม ฉันหลงรักความเป็นเธอจนโงหัวไม่ขึ้นแล้วเนี่ย]

 

“เอ กุญแจห้องอยู่ไหนเนี่ย” โซระมารุยืนอยู่หน้าห้องของตัวเอง หลังจากที่สตาฟขับรถมาส่ง

[ขี้ลืมของเล็กๆ น้อยๆ เหมือนเดิมเลยนะ]

“อ๊ะ เจอละอยู่นี่เอง” โซระมารุ ดึงกุญแจออกมาจากกระเป๋า

 

แต่เธอก็ยืนนิ่ง... และจ้องมองไปที่พวงกุญแจดอกนั้น

[โซระซัง เป็นอะไรไปเหรอ? นิโกะพยายามกระโดดมองข้ามไหล่ของเธอ จนต้องกระโดดขี่คอ ถึงจะมองเห็น]

สิ่งที่โซระมารุยืนมองอยู่นั้น ไม่ใช่ตัวกุญแจ แต่เป็นพวงกุญแจที่ห้อยอยู่ เป็นพวงกุญแจ นิโกะในชุด Bokura no LIVE Kimi to no LIFE รุ่นแรกที่เคยผลิตออกมา

“6 ปีแล้วสินะ ตั้งแต่ที่เราเจอกันครั้งแรก ตั้งแต่ได้ร้องเพลงนี้”

“นิโกะจังจะจำช่วงเวลานั้นได้ไหม... เราจำได้ตลอดเลยนะ”

[จำได้สิ นิโกะจำได้แน่นอน]

“ทุกสิ่งทุกอย่างที่ผ่านมา พวกเราพยายามกันมาตลอดเลยเนอะ ทั้งฉัน ทั้งนิโกะจัง” “ถ้าฉันไม่ได้มาเจอนิโกะจังในตอนนั้น ตอนนี้ฉันจะเป็นยังไงกันนะ”

“ตั้งแต่ไม่มีอะไรเลย ตั้งแต่คนดูเพียงน้อยนิด จนมาถึง โตเกียวโดม ที่ๆ เป็นความฝันของฉัน ไม่สิ ความฝันของมิวส์ทุกคน รวมทั้งเธอด้วยนะนิโกะจัง”

“ไฟนอลไลฟ์ . . . จบแล้วจริงๆ สินะ . . . . “

โซระมารุกำพวงกุญแจแน่นขึ้นแล้วแนบไปที่อกของตนเอง

 

“ฮึก.. อึก .. นิโกะจัง ขอบคุณมากนะ ขอบคุณจริงๆ ขอบคุณทุกอย่างที่มอบให้กับฉันคนนี้”

 

“ฮือ ฮือ ฮือ. . . ฉันรักเธอ รักเธอที่สุด!! ” แล้วเธอก็ปล่อยโฮออกมา

[บ้าที่สุด โซระซังบ้าๆๆๆ มาร้องไห้อะไรตอนนี้เล่า]

 

[ทำไมต้องทำให้เป็นห่วงแบบนี้ล่ะ เธอจะอยู่โดยไม่มีฉันได้ไหม? เธอจะเป็นยังไงต่อไป? เธอต้องเข้มแข็งสิ ยัยคนบ้า!!]

 

[ฉันน่ะ อยากอยู่กับเธอไปตลอดชีวิตของฉันเลยรู้ไหม แต่มันทำไม่ได้แล้ว ทุกสิ่งทุกอย่างมันจบลงแล้ว เธอต้องอยู่กับมันให้ได้นะโซระซัง ฮือออออออออออ แงงงงงงง