น้ำตาในวันปีใหม่...Jolks

posted on 03 Jan 2016 22:38 by oreoyuri directory Fiction, Cartoon, Lifestyle
...
..
.
Tweet Sent… ฉันมองข้อความแจ้งเตือนที่กำลังปรากฏอยู่บนหน้าจอมือถือของตัวเอง หลังจากที่เพิ่งจะทวิตสองข้อความแรกของปี 2016 ออกไป
 
อันแรกเป็นข้อความขอบคุณต่อด้วยแฮปปี้นิวเยียร์
ส่วนอีกอันก็ต้องขออัพรูปช่อดอกไม้ที่ได้จาก Angelaซะหน่อย อุตส่าห์หยิบกลับบ้านมาด้วยนี่นะ..
 
 
พูดถึงช่อดอกไม้แล้ว ปีใหม่มันก็เป็นเวลาเฉลิมฉลองของใครหลาย ๆ คน
เป็นช่วงเวลาแห่งความสุข แต่ทำไมตัวฉันถึงได้รู้สึกแย่แบบนี้ก็ไม่รู้สินะ
 
ฉันมองไปที่โทรศัพท์แล้วก็บ่นอุบอิบกับตัวเอง
“ความรู้สึกที่ความฝันมันหายไปต่อหน้าต่อตา มันเป็นอย่างนี้เองสินะ เฮ้อ...”
 
หลังจากถอนหายใจออกมายาวเหยียดต้อนรับปีใหม่ ก็วางมือถือลงไว้ที่ข้างตัว ถึงจะวางแรงไปหน่อย จนมันกระแทกพื้นดัง ตุ๊บ ก็เถอะนะ แต่ฉันก็ไม่ได้ใส่ใจมันซักเท่าไหร่
 
“ตัดสินใจถูกแล้วสินะ..? ตัวฉันน่ะ...” พูดจบก็เงยหน้ามองเพดาน เหมือนอยากจะได้คำตอบกลับมาจากใครสักคน... ใครก็ได้
 
“มันเป็นไลฟ์ที่สำคัญ เราจะทำให้งานเกิดปัญหาขึ้นไม่ได้ จะเอาแต่ใจตัวเองแบบนั้นไม่ได้นะ ไหนจะปัญหาหัวเข่าอีก หมอก็บอกแล้วว่าเต้นเยอะ ๆ ไม่ได้... แต่... แค่ครึ่งเพลงเองไม่ใช่เหรอ? มันน่าจะไหวสิ... เอ...จะเป็นการฝืนตัวเองทำงานอย่างที่เคยเป็นหรือเปล่ากันนะ” จุก...
 
จู่ๆ ก็รู้สึกเจ็บปวดกับคำว่าฝืนตัวเองขึ้นมา เดือนก่อนเคยมีคนๆ นึง ถามมาว่า
 
“นันจังกำลังฝืนตัวเอง ทำตัวเข้มแข็งอยู่หรือเปล่าน่ะ?”
 
“ห๊ะ...”
 
“จะอ้อนเราในเวลาที่รู้สึกแย่ก็ได้นะ ^^”
 
“จะบ้าเหรอ ไม่ได้ฝืนอะไรหรอกน่า” จริงๆ ถ้าไม่มีประโยคหลังที่ดูเหมือนจะล้อเล่นให้อ้อนอะไรนั่นน่ะ ก็เผลอแอบคิดไม่ได้ว่าเธอคนนี้อาจจะมีพลังอ่านใจแบบโนโซมิก็เป็นได้แฮะ ยัยฟันกระต่ายไฮเปอร์คนนั้น
 
ในวันนั้นเป็นวันที่สมาชิกทุกคนรู้ว่าพวกเราจะได้ไปขึ้นงาน “ขาว-แดง” และมีอัดเสียงเพิ่มสำหรับอนิเมชั่นที่ทำขึ้นมาใหม่เพื่องานนี้โดยเฉพาะ
 
“จริงเหรอคะ!! จริง ๆ นะคะ ไม่หลอกกันใช่มั้ย ไม่ใช่เอพิลฟูลเดย์ในเดือน พฤศจิกายน แน่ๆ นะคะ”
 
มิโมรินเป็นคนแรกที่ตะโกนออกมาในห้องประชุม... แต่ก็ไม่แปลกใจเท่าไหร่ มันเป็นความฝันของเธอมาแสนนานละนี่.... นั่นไง ดีใจจนกอดและเขย่าโซระจังซะหัวสั่นเลย
 
“ถ้าไม่เลิกเขย่า จะกัดละนะมิโมะ....”
 
ส่วนเอมิซึนก็อึ้ง อ้าปากค้างไปแล้วละนั่น สมาชิกคนอื่นๆ ทั้งไพล์จัง ชิกะโกะ อุจจี้ก็ดีใจยิ้มแป้นจวนจะร้องไห้อยู่รอมร่อ
“นี่ๆ มันเป็นข่าวที่สุดยอดเลยใช่มะ”
 
“ใช่ๆ งานขาวแดงเลยนะคุซซึน เป็นงานที่เกือบทุกบ้านต้องเปิดดูตอนปีใหม่ และถ้าไม่ดังจริงๆ ยังไงก็ไม่มีทางได้ขึ้นหรอกเนอะ”
 
“อ่าหหหห ริปปี้พูดแบบนี้ เราตื่นเต้นขึ้นมาเลยอ่ะ เหมือนตอนนั้นเลย ที่ประกาศว่าเราจะได้ขึ้นคอนที่ไซตามะอ่ะ”
 
“ใช่ๆๆๆ ตื่นเต้นแบบนั้นเลย”
 
“คิ คิ คิ” ฉันเผลอขำความตื่นเต้นของทั้งสองคนนั้น
 
“นันจังอ่า.... อย่าหัวเราะกันอย่างนี้สิ”
 
“ใช่ๆๆ งานใหญ่ขนาดนี้ใครจะไม่ตื่นเต้นกันล่ะ แล้วนันจังไม่ตื่นเต้นเหรอ?”
 
“อ่า... ฉันยังไม่รู้ว่าจะได้ไปหรือเปล่านะ” หลังจากที่พูดคำนี้ออกไป ทั้งห้องก็เงียบกริบ
 
“ทำไมล่ะ!!!”
 
แต่หลังจากนั้นไม่ถึง 1 วินาที ทุกคนก็กรูกันเข้ามาแล้วยิงคำถามรัวจนตอบไม่ทัน
 
 
“นันจังไม่ว่างเหรอ?” “เข่ายังไม่ดีขึ้นเหรอ?” ไม่เอาน่าอย่าล้อเล่นแบบนี้สิ” “งานขาวแดงเลยนะ”
 
“ติดงานอื่น?”
“เคลียร์คิวไม่ได้เลยเหรอ?”
“เอ๋ เอ๋ เอ๋ เอ๋ เอ๋!!”
“อย่าถามพร้อมกันแบบนี้สิ... ก็ยังไม่แน่ใจเท่าไหร่ไง ไหนจะเรื่องปัญหาเข่า แล้วก็ในวันนั้นมีไลฟ์เค้าท์ดาวน์ที่จัดขึ้นทุกปีแถมประกาศออกไปแล้วด้วย”
 
“มันเป็นความฝันของนันจังด้วยไม่ใช่เหรอ?”
 
จุก.. จุก กับคำถามนี้มาก ยัยฟันกระต่ายนี่ชักจะรู้ใจมากเกินไปแล้วนะ
 
“อืม.. ก็ใช่อยู่หรอก เอาเป็นว่าจะพยายามให้เต็มที่เพื่อที่จะขึ้นเวทีนี้กับทุกคนให้ได้ ถ้าขึ้นได้หรือไม่ได้ยังไง ก็จะรีบบอกนะ”
ฉันตอบกลับไปด้วยรอยยิ้มและท่าทางเข้มแข็งที่ตัวเองยังคิดเลยว่ามันเฟคสุดๆ
 
 
หลังจากนั้นในห้องประชุม ซึ่งฉันปล่อยให้ทุกคนทยอยออกไปก่อน เอาจริงๆ ไม่ค่อยอยากให้ใครมาเห็นสีหน้าฉันตอนนี้สักเท่าไหร่
 
“นี่ๆ...”
 
“อ๊ะ?!? มีอะไรเหรอคุซซึน”
เพิ่งสังเกตว่าในห้องเหลือเราแค่สองคน นี่ฉันนั่งคิดมากจนไม่ทันได้ดูเลยเหรอเนี่ย
 
“นันจังกำลังฝืนตัวเอง ทำตัวเข้มแข็งอยู่หรือเปล่าน่ะ?”
 
นั่นแหละคือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในวันนั้น หลังจากนั้นพวกเราก็แยกย้ายกันไป
 
.............................................................
 
ฉันหยิบมือถือขึ้นมาดูอีกครั้ง จริง ๆ แล้วในช่วงนี้ไม่อยากเข้าที่จะไปอ่านอะไรในโซเซียลเลย เพราะตอนก่อนขึ้นไลฟ์เค้าท์ดาวน์ เดินผ่านห้องสตาฟ พวกเขาเปิดดูรายการขาวแดง... ขนาดไม่ได้เห็นตอนที่มิวส์ขึ้นยังรู้สึกแย่ไปเลย ถ้าเผลอไปอ่าน ไปเห็นรูป หรือหนักสุดเห็นคลิปงาน คงแย่จนขึ้นไลฟ์ไม่ไหวแน่ๆ
 
“ฝากทุกคน.. ในส่วนของฉันด้วยนะ...”
 
ฉันพิมพ์ลงไปในกรุ๊ปไลน์ของมิวส์ หลังจากที่ทุกคนรู้ว่าโยชิโนะนันโจ คนนี้ไปร่วมงานขาวแดงไม่ได้
 
หลังจากวันนั้น ในกรุ๊ปก็ไม่มีใครพูดถึงงานขาวแดงขึ้นมาอีกเลยสักคนเดียว ถึงจะมีบางคนหลุดๆ มาก็เถอะ แต่คนอื่น ๆ ก็จะชวนคุยเรื่องอื่นสัพเพเหระเพื่อเปลี่ยนเรื่อง
“ใจดีจังเลยนะ ทุกคน”
 
ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ!! บางเวลาฉันก็รู้สึกเหมือนตัวเองถูกทิ้งไว้อยู่คนเดียว เหมือนทุกคนมีความลับกับฉัน!! รู้อยู่แหละว่าไม่อยากพูดกันออกมาให้คิดมาก
 
 
แต่.... ในบางเวลาก็แค่อยากอยู่ตรงนั้น แค่ยังอยากจะรู้สึกว่าตัวเองยังเป็นส่วนหนึ่งของทุกคน
พิมพ์ออกมาเถอะ เล่าเรื่องไปซ้อมงานขาวแดง เล่าเรื่องการเตรียมงาน อะไรก็ได้!!
 
ในช่วงเวลาที่ผ่านมา ฉันเห็นภาพตัวเองที่ไม่สามารถขึ้นเวทีใดๆ ของมิวส์ได้เลย!!
 
ในงานอนิเมโล ฉันก็ต้องเป็นคนที่ได้แต่ยืนดูอยู่ข้างเวที...
 
“เหงา... มันโคตรเหงาเลยนะ” น้ำตาอุ่นๆเริ่มไหลออกมา
“ไม่เอาน่า ปีใหม่ทั้งที จะมาร้องไห้แบบนี้ได้ยังไง”
 
[เป็นยังไงกันบ้าง?] ฉันพิมพ์ข้อความลงไปที่ช่องแชท... แล้วก็ลบ...
 
“จะดีไหมนะ.. ทุกคนกำลังสนุก... กำลังฉลองกันอยู่นะ”
 
“แต่ก็อยากรู้... อยากจะกลับไปอยู่ตรงนั้นจะแย่อยู่แล้ว”
 
หลังจากตัดสินใจอยู่สักพักใหญ่... ความเหงาก็เอาชนะ กดส่งข้อความไปในกรุ๊ป
และก็นั่งจ้องจอโทรศัพท์อย่างใจจดใจจ่อ..... ผ่านไป 5 นาที
 
[Read by 1]….
“อ่านแล้ว... มีคนอ่านแล้ว...”
“มีคนอ่านคนเดียวเอง... และก็ไม่ตอบอะไรกลับมาอีกด้วย ก็นะนี่มันเวลาฉลองนี่หน่า
เมมเบอร์ทุกคนก็คงจะกำลังอยู่กับครอบครัว ฉันไม่น่าพิมพ์อะไรแบบนั้นไปเลย พับผ่าสิ!”
 
“อึก...” ฉันรีบก้มหน้าลงกับเข่าในทันที ในที่สุดมันก็ออกมาแล้วสินะ น้ำตาแรกของปี
ในที่สุดก็ร้องไห้จนได้ ปล่อยออกมาให้เต็มที่เลยละกันไหนๆ ก็อยู่คนเดียวอยู่ละ
 
“ทำไมต้องเป็นแบบนี้ด้วย....!!!”
 
“อยากขึ้นเวทีกับทุกคน อยากอยู่บนเวทีนั้นกับทุกคน อยากเปล่งประกายไปพร้อมๆ กัน”
 
“อยากไปงานขาวแดง ที่สุดเลยอ่ะ... โดนทิ้งอยู่คนเดียวแบบนี้มันเหงาที่สุดเลย!! ฮือ... ฮือ...”
 
..
..
..
..
..
..
..
..
.
.
.
.
 
 
 
“ปิ๊งป่อง!!”
 
 
 
ฉันเงยหน้าขึ้นจากเข่า... ดึกป่านนี้แล้วใครมากดกริ่งกันเนี่ย หรือว่าร้องไห้ดังไปจนห้องข้างๆ เดือดร้อน... โอ้ยยยย ก่อเรื่องตั้งแต่ต้นปีเลยเหรอเนี่ย ฉันค่อยๆ ลุก เดินโซซัดโซเซไปที่ประตูแล้วมองผ่านตาแมวออกไป
 
คนที่ยืนอยู่หน้าห้องตอนนี้ไม่ใช่เพื่อนร่วมคอนโด
 
...แต่เป็น “คุซซึน” !!!
 
 
“มาได้ยังไงกันน่ะ....”
ถึงจะแอบดีใจก็เถอะ ทั้ง ๆ ที่คิดว่าเธอน่าจะไปฉลองกับครอบครัวมากกว่า
ฉันรีบเช็ดน้ำตาด้วยแขนเสื้อแล้วเปิดประตูออกไป
 
“ช้าจังเลยอ่ะนันจัง มันหนาวรู้ไหมเนี่ย...”
อ่าห์ เสียงแบบนี้ ของจริงสินะ มาหาจริงๆ สินะ ทำไมยัยคนนี้ชอบทำอะไรที่มันถูกที่ถูกเวลาอยู่แบบนี้เสมอเลยล่ะ
 
“นันจัง?..... ร้องไห้อยู่เหรอ.... ตาแดงหมดแล้ว”
 
คุซซึนเอามือมาจับแก้มของฉันแล้วก็ช่วยเช็ดคราบน้ำตาออกไป ปิดบังไม่ได้จริงๆแฮะ
เป็นมือที่เย็นแต่มันอบอุ่นอย่างที่สุด
 
 
“นี่.. นันจัง?”
 
ไม่สนใจอะไรแล้ว ฉันจับมือคุซซึนแล้วดึงเธอเข้ามากอด
กอดแน่นอย่างที่ไม่เคยกอดใครมาก่อน
ฉันซุกหน้าลงที่ไหล่ของเธอแล้วเหมือนจะเริ่มร้องไห้อีกครั้ง
 
“นะ..นะ.. นันจัง ทำอะไรน่ะ?”
 
“ขออยู่แบบนี้สักพักนะ ขอร้องล่ะ”
 
“อืมม....”
 
“ขอบคุณนะที่มาหา ขอบคุณจริงๆ” ฉันพูดโดยยังไม่ได้เงยหน้าขึ้นมา
 
“นี่นันจัง… ฉันดีใจมากนะที่นันจังกอด... แต่ว่า...”
 
“แต่?”
 
“แต่... ทุกคนเค้าดูเราสองคนอยู่นะ... ”
 
ฉันเงยหน้ามามองคุซซึน ที่ตอนนี้หน้าแดงก่ำ “ทุกคน?!”
 
“อืม...”
พอมองเลยไหล่ของคุซซึนไปประมาณ 10 เมตร...
สมาชิกมิวส์ทั้ง 7 คน ที่เหลือ ยืนอยู่ตรงนั้น...
ด้วยสีหน้าแช่มชื่นเป็นที่สุด
 
“วี้ดวิ้วววว สวีทกันตั้งแต่ต้นปีเลยน๊า”
 
“กอดซะแน่นเชียว”
 
“พวกเราไม่ต้องมาก็ได้เนอะๆ ปล่อยเค้าอยู่กันสองคนเลยป่ะล่ะ”
 
“ของขวัญปีใหม่เอาเป็นคุซซึนไปเลยก็ได้นะ”
 
“เอ๋!!!!!” ฉันตกใจ และรีบปล่อยมือออกจากคุซซึนทันที ที่ตอนนี้หน้าแดงก่ำ น่ารักจังวุ้ย
 
“อะไรกันล่ะ พวกเธอ มาได้ยังไงกัน...” ฉันรีบพูดเฉไฉเปลี่ยนเรื่อง โดยที่ไม่รู้ว่าตอนนี้หน้าตัวเองแดงไปขนาดไหนแล้ว
“แต่ก่อนที่จะสวีท... เอ้ย ก่อนที่จะคุยกัน เข้าห้องก่อนได้ไหม อยู่ข้างนอกนี่มันหนาวนะ” ชิกะแอบแซวเบาๆ
“อ่า เอ่อ... เข้ามาสิ” มาถึงขั้นนี้แล้วก็คงจะปฏิเสธไม่ได้ล่ะนะ
“รบกวนด้วยนะค๊า” เสียงคนทั้ง 8 ดังกึกก้องไปทั่วห้อง ให้ความรู้สึกที่แปลกดี
 
“ขอโทษนะ ที่พาทุกคนมาโดยพลการ แต่ก็นะ ยิ้มจนแก้มปริแล้ว นันจัง...”
“อ๊ะ.. เอ๊ะ.. ฉันเหรอ?” คุซซึนที่เดินเข้ามาหลังสุด แซวฉันด้วยรอยยิ้มที่แสนคุ้นเคย รอยยิ้มที่เรียกได้ว่าเป็นความสุข
“อือ สีหน้านันจังตอนนี้ดีขึ้นมากเลยนะ ดีที่สุดในรอบเดือนที่เคยเห็นมาเลยล่ะ เหงาอยู่ใช่ม้า น่ารักจัง...”
“อย่าแซวกันแบบนี้เซ่”
“นันจังรู้ไหม พอเราไปบอกทุกคนว่า อยากทำอะไรเพื่อนันจัง ทุกคนก็พร้อมใจกันตอบตกลงกลับมาเลยล่ะ”
“พวกเราทุกคนคิดว่า คนอย่างนันโจ โยชิโนะคนนี้ สีหน้าที่แสดงออกมาในวันประชุมเมื่อวันนั้น มันต้องมีอะไรมากกว่านั้นแน่ๆ” คุซซึนพูดพร้อมกับเคลื่อนมือไปจับแก้มทั้งสองข้าง ให้มองหน้าเธอด้วยสายตาที่จริงจัง
“จำไว้นะ ว่ามิวส์คือพวกเราทั้ง 9 คนนะ พวกเราไม่มีทางทิ้งนันจังอยู่คนเดียวแน่ๆ ทุกคนต้องการให้นันจังขึ้นเวทีพร้อมกับพวกเรามากพอ ๆ กับที่นันจังอยากขึ้นเวทีพร้อมกับพวกเรานั่นแหละ”
 
“แต่ว่า...”